22 April 2018

_970x90 mainmenuMRRT
_970x90 mainmenuMRRT
_970x90 mainmenuMRRT
_970x90 mainmenuMRRT
สาระความรู้
232 views

วันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ 14 มกราคม

วันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ 14 มกราคม

วันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ 14 มกราคม

ป่าไม้ เป็นทรัพยากรที่สำคัญยิ่งของชาติ ให้ประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมแก่ประชาชน ช่วยรักษาความสมดุลของภาวะแวดล้อมและป้องกันภัยธรรมชาติ แต่ปรากฏว่าในระยะที่ผ่านมาได้เกิดภัยจากธรรมชาตินำความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในภูมิภาคต่างๆ เช่น อุทกภัยที่ตำบลกระทูน อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อ พ.ศ.2531 และวาตภัยจากพายุเกย์ที่จังหวัดชุมพร เมื่อ พ.ศ.2532 สาเหตุที่ทำให้เกิดภัยธรรมชาติครั้งนั้น ส่วนหนึ่งมาจากการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าจนทำให้เกิดความเสียหายต่อสภาพป่าไม้ของชาติ ทำให้เกิดความไม่สมดุลทางภาวะแวดล้อมขึ้นจนถึงขั้นเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ดังที่ประจักษ์อยู่ขณะนี้

การแก้ไขปัญหาการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาพื้นฐานที่สำคัญของประเทศปัญหาหนึ่งนั้น จำเป็นต้องทำการรณรงค์อย่างต่อเนื่องและระยะยาว ให้ประชาชนได้เข้าใจและให้ความสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และได้เกิดความตระหนักต่ออันตราย ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากการตัดไม้ทำลายป่าให้ได้

ดังนั้น ทางราชการจึงได้กำหนดให้มีวันสำคัญเกี่ยวกับการอนุรักษ์ป่าไม้ขึ้นมา โดยได้กำหนดให้ช่วง ปี 2532-2535 เป็น “ปีแห่งการป้องกันและอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ” และคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ 9 มกราคม พ.ศ.2533 กำหนดให้  วันที่ 14 มกราคม ของทุกปีเป็น “วันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้แห่งชาติ”

วันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ 14 มกราคม

วันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ 14 มกราคมวันที่ 14 มกราคม ของทุกปี เป็น “วันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ” เนื่องจากเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธย ในพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 และพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พุทธศักราช 2504 เมื่อวันที่ 14 มกราคม พ.ศ.2532 พระราชกำหนดดังกล่าวมีผลทำให้สัมปทานทำไม้หวงห้ามทุกชนิด ยกเว้นสัมปทานทำไม้ป่าชายเลน สิ้นสุดลง

ความเป็นมา วันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ  :-
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีหนังสือ ด่วนมาก ที่ กษ 0709/382 ลงวันที่ 4 มกราคม 2533 เรียนเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ขออนุมัติให้วันที่ 14 มกราคม ของทุกปี เป็น วันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ โดยพิจารณาว่า เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2532 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไภยในพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2484 และพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 พระราชกำหนดดังกล่าวได้ให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย ความเห็นของคณะรัฐมนตรี มีอำนาจสั่งการให้สัมปทานป่าไม้สิ้นสุดลงทั้งแปลงได้ อันเนื่องมาจากอุทกภัยภาคใต้ ที่เกิดขึ้นเมื่อเดินพฤศจิกายน 2531 โดยเฉพาะที่ตำบลกระทูน อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช นอกจากจะทำให้ประชาชนได้รับความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินแล้ว ยังก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งด้านจิตใจ และเศรษฐกิจอย่างใหญ่หลวง

และคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์สั่ง การให้สัมปทานหวงห้ามทุกชนิด (เว้นสัมปทานทำไม้ป่าชายเลน) ตาม พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ.2484 ทุกสัมปทานสิ้นสุดลงทั้งแปลง มีผลให้การทำไม้สัมปทาน จำนวน 276 ป่า เนื้อที่ 96,728,981 ไร่ ยุติลงโดยสิ้นเชิง ทำให้ต้นไม้ในป่าสัมปทานไม่ถูกตัดฟัน และทำการอนุรักษ์ป่าไม้สำหรับใช้สอยในอนาคตได้ คิดเป็นเนื้อไม้โดยเฉลี่ยปีละ 3 ล้านลูกบาศก์เมตร จนทำให้รัฐบาลได้รับคำชมเชยจากนานาประเทศเป็นอย่างมาก เพราะการระงับการทำไม้ดังกล่าว มีส่วนโดยตรงในการสนับสนุนมาตรการป้องกันมลภาวะของโลก

วัตถุประสงค์  :-

  1. เพื่อสนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเกี่ยวกับสภาวะแวดล้อม เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม พ.ศ.2532
  2. เพื่อให้ประชาชนในชาติได้ตระหนักถึงผลร้ายที่เกิดจากการตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งทำให้ประชาชนจำนวนมากในภาคใต้ และภาคอื่นต้องสูญเสียชีวิต และทรัพย์สินไป
  3. เพื่อระลึกถึงมาตรการอันเด็ดเดี่ยวของรัฐบาลที่ได้สั่งปิดป่า ระงับการทำไม้ในป่าสัมปทาน ถือว่าเป็นก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์ของการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของประเทศ
  4. ผลทางตรงที่เกิดขึ้นก็คือ การทำไม้ในป่าสัมปทาน จำนวน 276 ป่า เนื้อที่ 96,728,981 ไร่ ยุติลงโดยสิ้นเชิง ทำให้ต้นไม้ในป่าสัมปทานไม่ถูกตัดฟัน เป็นการอนุรักษ์ต้นไม้ไว้ใช้สอยในอนาคต คิดเป็นเนื้อไม้เฉลี่ยปีละ 3 ล้านลูกบาศก์เมตร จนทำให้รัฐบาลได้รับคำชมเชยจากนานาประเทศเป็นอย่างมาก และเป็นการสนับสนุนมาตรการป้องกันมลภาวะของโลกโดยตรง
  5. นโยบายของรัฐบาล เป็นการตอบสนองนโยบายการป้องกันรักษาป่าและนโยบายป่าไม้แห่งชาติ ด้านสังคมและการเมือง ทำให้ประชาชนมีความรู้สึกรักและหวงแหนทรัพยากรป่าไม้ ทำให้มีการใช้ไม้อย่างประหยัด และส่งผลให้สามารถอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ไว้เป็นสมบัติของประชาชนทุกคนในชาติได้ตลอดไป

อีกทั้งระหว่างวันที่ 3-4 พฤศจิกายน พ.ศ.2532 พายุโซนร้อนเกย์ ได้ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อชีวิตแล ทรัพย์สินของประชาชนในภายใต้ โดยเฉพาะจังหวัดชุมพรอีกครั้งหนึ่ง จนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ทรงมีพระราชดำรัส และพระราชทานพระบรมราโชวาท เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2532 โดยสรุปว่า ทรงห่วงใยในสภาพแวดล้อมของประเทศ ขอให้แก้ไขอย่างจริงจังด้วยการเผาให้น้อยลง และปลูกต้นไม้ให้มากขึ้น

ดังนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงพิจารณาแล้วเห็นว่า ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่ง มาจากสาเหตุการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งถือเป็นปัญหาพื้นฐานที่สำคัญ จำเป็นต้องทำการรณรงค์ต่อเนื่องและระยะยาวให้ประชาชนตระหนักและให้ความสำคัญ ต่ออันตราย และผลกระทบของการตัดไม้ทำลายป่า โดยรัฐต้องสร้างความสำนึกให้กับประชาชนเกี่ยวกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจาก การตัดไม้ทำลายป่า จึงขออนุมัติกำหนดให้วันที่ 14 มกราคม ของทุกปี เป็น วันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ และคณะรัฐมนตรีได้ลงมติเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2533 กำหนดให้วันที่ 14 มกราคม เป็น วันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ

ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนระลึกถึงผลเสียที่เกิดจากการตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งทำให้ประชาชนภาคใต้และภาคอื่น ๆ เสียชีวิตและทรัพย์สินดังกล่าวแล้ว นอกจากนี้ ยังจะได้ระลึกถึงมาตรการอันเด็ดขาดของรัฐบาลที่สั่งให้ปิดป่าระงับการทำไม้ ในป่าสัมปทาน โดยไม่หวั่นไหวต่ออุปสรรคที่เกิดขึ้น ถือเป็นก้าวสำคัญในประวัติการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของประเทศ

เอกสารอ้างอิง

สำนักส่งเสริมการปลูกป่า กรมป่าไม้.  (2560).  14 มกราคม วันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ.  เข้าถึงได้จาก http://new.forest.go.th/reforest/14-มกราคม-วันอนุรักษ์ทรัพ/

สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง. (2549). วันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้แห่งชาติ 14 มกราคม.  เข้าถึงได้จาก http://www.lib.ru.ac.th/journal/jan/jan14-Forest-Conserve.html

Kapook.com.  (2017).  14 มกราคม วันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ.  เข้าถึงได้จาก https://hilight.kapook.com/view/45432

วันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ 14 มกราคม

Related posts